2012/Nov/10

http://www.youtube.com/watch?v=5g9pyL4aDLg&feature=related

 

★ น้ำผึ้ง หรือ ยาพิษ  ♫ ♬ ♪

พระพุทธองค์ตรัสว่า ความรักเป็นทุกข์ ….
ที่จริงแล้วความรักซึ่งยังอยู่ในขั้นของความเพลินใจจะไม่ก่อเหตุทุกข์ร้อน
 ตราบเมื่อความเพลินใจ (ตัณหา) สั่งสมมากเข้าจนกลายเป็นความติดใจ (อุปาทาน)
 หรือเป็นความเคยชินที่ขาดไม่ได้…ความทุกข์จึงเกิดขึ้น
บทกลอนนิราศที่ประสบความสำเร็จก็เนื่องมาจาก
 พรรณนาความเจ็บปวดของคนพลาดรักได้สมจริงสมจัง

  ใครบางคนกล่าวไว้ว่า…

”ความรักทำให้คนเป็นกวี ส่วนความทุกข์ทำให้คนเป็นนักปรัชญา”


ที่ใดมีมนุษย์ ที่นั่นมีรัก ฉันใด
ที่ที่มีรักก็ย่อมมีความทุกข์ ฉันนั้น
จะเจ็บจำไปถึงปรโลก ฤๅรอยโศกรู้ร้างจางหาย
จะเกิดกี่ฟ้ามาตรมตาย อย่าหมายว่าจะให้หัวใจ

( อังคาร กัลยาณพงศ์ )
เมื่อรักกันไม่ได้ก็ไม่รัก ไม่เห็นจักเกรงการสถานไหน
ไม่รักกูกูจักไม่รักใคร เอ๊ะน้ำตากูไหลทำไมฤๅ

(สุจิตต์ วงษ์เทศ )

ปูชโก ลภเต ปูชํ วนทโก ปฏิวนทนํ
ผู้บูชาเขา … ย่อมได้รับการบูชาตอบ
ผู้ไหว้เขา ย่อมได้รับการไหว้ตอบ
ผู้รักเขา ย่อมได้รับการรักตอบ

 
…….ความรักไม่เคยปรานีใคร เที่ยวเหยีบย่ำ
ทำลายมนุษย์และสัตว์ทั่วหน้า ตั้งแต่กระท่อมน้อยของขอทาน
ไปจนถึง พระราชวังโอ่อ่าของกษัตริยาธิราชผู้ทรงศักดิ์ ความรักกัดกินหัวใจของคน
ไม่ว่าวัยเด็ก หนุ่มสาว หรือวัยชรา เมื่อใครหลงใหลมึนเมาแล้วก็ห้ำหั่นย่ำยีจนพินาศลง……

คนที่ไม่เคยรบก็มักจะทะนงว่าตนกล้า
คนที่ไม่เคยงานมักจะทะนงว่าตนเก่ง


คนที่ไม่เคยรักก็มักจะทะนงว่าตนรักได้โดยไม่มีทุกข์
 ทั้งนี้เพราะไม่เคยรู้ซึ้งถึงกำลังของนารี จริงทีเดียวที่ท่านกล่าวไว้ว่า …..
พระอาทิตย์มีในเวลากลางวัน พระจันทร์มีในเวลากลางคืน
แต่นารีมีทั้งกลางวันและกลางคืน ทั้งบนบกและในน้ำ ทั้งเวหาและป่ากว้าง
 มิฉะนั้นแล้วทำไมเล่า ขุนพลผู้เกรียงไกรเอาชนะข้าศึกได้ทั้งบนบกและในน้ำ
 ทั้งบนเวหาและป่ากว้าง แต่มายอมแพ้แก่หัตถ์น้อยที่ไกวเปล
มีแต่ความงามและน้ำตาเป็นอาวุธประจำตน…


ในโลกีย์วิสัยอะไรเล่าจะทำให้คนซึมเศร้า
และชื่นบานมากไปกว่าความรัก ที่มีทั้งความขมและความหวาน มีทั้งเร่าร้อน ตื่นเต้น
 และเยือกเย็นละเมียดละไม

 

ขอบคุณที่มา  ::  http://www.umarin.com/board/index.php?topic=1744.0

edit @ 10 Nov 2012 23:11:54 by ~*เหตุผลของหัวใจคือ รักเธอฟ้าใสใส~*

Comment

Comment:

Tweet